resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

พาชม สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดระยอง

วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2552

Posted by nayroypc , ผู้อ่าน : 11380 , 12:08:54 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้ โหวต 0 คน

               สวัสดีครับ เห็นเพื่อนๆเขาพาไปเที่ยวกันหลากหลายที่เลยในช่วงที่ผ่านมา ก็อดไม่ได้ที่จะมาอวดของดีจังหวัดตัวเองบ้าง เผื่อเป็นทางเลือกให้เพื่อนๆที่สนใจมาเที่ยวภาคตะวันออกได้แวะมาชมความงาม ของ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดระยอง กันบ้างนะครับ

คนระยองก็เพิ่งมีโอกาสได้ไปมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ที่ผ่านมานี้เองครับ



หลัง จากที่พี่เบญ ส่ง link ของพี่คนนึงมาให้ชม ซึ่งเขามาเที่ยวจังหวัดระยองแล้วแวะมาเที่ยวที่สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ก็เกิดแรงบันดาลใจว่าเราต้องมาให้ได้ เผื่อมีคนถามว่าระยองมีที่ไหนเที่ยวบ้างจะได้แนะนำเขาถูก อย่ากระนั้นเลยเช้าวันที่ 11 เมษาผมก็ควบมอเตอร์ไซต์คู่ใจขับจากบ้านมาถึงสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร แม่ก็ถามว่าจะไปไหน ไม่กล้าบอกว่าไปมาบข่า เพราะผมเองไม่มีทั้งใบขับขี่และหมวกกันน๊อค บอกไปแม่ไม่ยอมให้ไปแน่ๆ ว่าแล้วก็รีบขับออกไปทันทีโดยบอกแค่ว่าไปแถวนี้ละ เอิ๊กๆๆๆ

สัญลักษณ์ของสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ไม่รู้มีตราประทับหรือไม่ครั้งหน้าจะลองถามมาให้นะครับ




ชีวิต ผมมันไม่เคยอยู่ติดบ้านหรอกครับ เพราะอยู่ไปก็ไม่รู้จะทำอะไรนอกจากเล่นเน็ต กิน และก็นอน ไม่เชื่อลองถามป้าเกษ พี่บาส พี่แมว พี่โรส ดูสิครับไปเหยียบบ้านผมกันมาแล้ว


หลังจากขับรถหน้าชามาครึ่ง ชั่วโมงผมก็ถึงสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้วละครับ เข้าไปก็รับบัตรผ่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด สอบถามว่ามอเตอร์ไซต์จอดตรงไหนได้บ้างเจ้าหน้าที่ก็แนะนำอย่างดีครับ ว่าแล้วก็หาที่ร่มๆให้รถคู่ใจได้พักซะหน่อย



สำหรับ ท่านใดที่ไปแล้วขอแนะนำให้แวะมาขอข้อมูลการท่องเที่ยวที่อาคาร เฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา ก่อนนะครับ รับรองท่านจะได้รับข้อมูลและท่องเที่ยวได้สุขใจกว่าผม เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะผมขอเดินเที่ยวดูสถานที่ก่อนโดยไม่ไปหาข้อมูลก่อนเลย ผลที่ได้คือเดินจนขาลากเลยครับ




เนื่อง จากสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพื้นที่กว้างขวางจึงมีบริการพาชมสถานที่ด้วยสโลแกนที่ว่า รื่นรมย์ชมพรรณไม้กับรถ NGV ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายนะครับแต่มีบริการเป็นรอบๆ




ที่ นี่เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับอย่างดีมากครับ แม้วันนั้นผมไปจะแต่งตัวได้มอซอแต่เขาก็ไม่สนใจมาสอบถามว่าสนใจขึ้นรถนำ เที่ยวมั้ยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ลงชื่อเข้าชมเท่านั้นเองครับ ผมก็เลยลงชื่อขอเที่ยวด้วยซะเลย  มาดูรถนำเที่ยวกันนะครับ



จังหวะ ดีที่วันนั้นผมไม่ต้องรอเดินไปหาเจ้าหน้าที่ก็ได้ขึ้นรถทันที สำหรับคนที่ไปแล้วรถยังไม่ออกพาชมไม่ต้องห่วงนะครับ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มีนิทรรศการให้ความรู้รอให้ทุกท่านชมอยู่แล้วเมื่อถึงรอบนำชมสวนสมุนไพรก็จะ มีเจ้าหน้าที่มาตามเราถึงที่เลยครับผม

วันนั้นเลยได้เข้าไปชม นิทรรศการด้วย จะมีกี่ห้องหว่าจำไม่ได้ 555 ดันไม่ได้เอาเอกสารคู่มือมาซะด้วย ห้องแรกที่เจอก็นี่เลยครับบ้านxxxา คุณจะได้ความรู้เรื่องยาสมุนไพรของภูมิปัญญาไทย



ถัดมาอีกห้องจะเป็นห้องจำลองห้องครัวเพื่อทำอาหารโดยเมนูทั้งหมดล้วนมีสมุนไพรทั้งสิ้นครับ



ติด กับห้องครัวจะมีเจ้าหน้าที่ยืนให้คำแนะนำอยู่ เขาใช้ชื่อว่าห้องกินตามธาตุครับ จะเจอเจ้าหน้าที่เสียงใสสอบถามว่า เกิดเดือนไหน ก็จะได้คู่มือแนะนำการกินตามธาตุที่เราเกิดครับผม




สำหรับคนเกิดเดือนเมษายนเหมือนผมก็จะได้เอกสารธาตุนี้ครับ  ธาตุลม ก็จะมีคำแนะนำว่าควรทานอะไรถึงจะดีต่อสุขภาพตัวเองครับผม



จะ มีเมนูให้ 4 ธาตุนะครับ ใครเกิดช่วงไหนก็บอกเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ  ตอนแรกจะขอเจ้าหน้าที่มาทั้ง 4 แบบเผื่อเพื่อนๆคนไหนสนใจจะได้แนะนำแต่คิดว่าถ้าสนใจน่าจะค้นหาจาก google ได้เช่นกันครับผม



ติดๆ กันก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรนะครับ ซึ่งมีวางจำหน่ายที่ร้านค้าในสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เช่นกันครับแต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปในร้านค้ามาให้นะครับเพราะกลัวโดนจับ



และก็มาถึงห้องสุดท้ายครับผมจำชื่อไม่ได้ผมชอบเพราะสีสันสะดุดตาแถมมีรายชื่อสมุนไพรให้ได้รู้จักด้วยละครับ



ชอบตรงมุมนี้ละครับ มีเหรอจะพลาดเก็บภาพมาทำโปสการ์ด อิอิ



ชม นิทรรศการกันแล้วต่อมาก็ออกมาชมข้างนอกกันต่อนะครับ เจ้าหน้าที่ยังไม่มาเรียกก็เก็บภาพกันต่อ  เก้าอี้ตัวนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประทับนั่งเมื่อครั้งทรงเสด็จมาเปิดสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างเป็นทางการ


ออก มาก็ขอสรงน้ำพระเนื่องในวันสงกรานต์ซะหน่อย มุมนี้ถ้าเพื่อนๆไปคงไม่ได้เห็นแล้วนะครับเพราะเขาจัดไว้แค่ช่วงสงกรานต์ เท่านั้นครับผม




มีก่อกองพระทรายด้วยนะครับ ไม่ได้เห็นมานานแล้วตั้งแต่เรียนจบที่บูรพา


มีจักรยานให้เช่าด้วยนะครับสนใจก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ ดันลืมถ่ายรูปป้ายราคามาจำได้ว่าคิดเป็นชัวโมงครับผม



รู้สึก หิวน้ำก็ไม่ต้องไปซื้อให้เสียเงินครับเขามีบริการน้ำดื่มไว้ให้ เห็นแก้วแล้วอยากเก็บกลับบ้านจริงๆ อิอิเป็นเอกลักษณ์ที่มีเฉพาะที่นี่ครับ



เห็นเขาจัดส่วนนี้แล้วอยากเลียนแบบไปตกแต่งบ้านใหม่จริงๆ สงสัยต้องปรึกษาพี่มดเมืองจันท์เสียแล้ว



อยากมีซุ้มแบบนี้ไม่รู้จะมีที่เหลือให้ทำมั้ย



เดินไปหาห้องน้ำแต่ไม่ยักกะเจอเลยเจอเขาตากดอกไม้เพื่อมาทำสมุนไพร ก็เลยเก็บภาพมาให้ชมครับ



เจ้า หน้าที่เรียกแล้วครับป่ะ เราไปชมความงามของสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   กันเสียทีครับ โม้มาตั้งนานแล้ว



สำหรับ เส้นทางที่รถพาชมนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำนะครับแต่ไม่รู้ให้สอบถามข้อ สงสัยมั้ยเพราะเห็นเขาอธิบายออกแนวท่องเป็น pattern แล้วอ่ะครับรอบที่ผมไปก็ไม่มีใครถามนะ แค่ได้ยินว่า อ่อมันต้นแบบนี้เหรอ มันเป็นแบบนี้เองเหรอ ตลอดเส้นทางครับ


เส้น ทางนำชมก็จะมีจุดที่สำหรับถ่ายรูปได้เช่นกันแต่รถไม่ได้แวะจอดให้ถ่ายรูปนะ ครับ แต่นั่งไปศึกษาความรู้ก่อนแล้วถ้าสนใจหลังจากจบการบรรยายก็สามารถเช่า จักรยานหรือเดินมาเก็บภาพความงามได้เช่นกันครับ แต่คนงกอย่างผมแล้ว 20 บาทไม่ยอมจ่ายเล่นเลือกการเดินงานนี้เลยเมื่อยขาเลยครับ ก็ดูเอาแล้วกันครับว่ามันใหญ่ขนาดไหน



การ บรรยายใช้เวลาไม่นานมากครับประมาณ 20 นาทีได้ก็ครบหมดแล้วครับ ตลอดเส้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะบรรยายว่าต้นนั้นคืออะไร สรรพคุณมีไว้ทำอะไรและรักษาโรคอะไร รับรองว่าได้ความรู้เยอะแยะเลยครับ


ต่อ ไปผมจะพาเดินชมเป็นจุดๆนะครับเน้นจุดที่เหมาะกับการถ่ายรุปนะครับ เริ่มที่จุดแรกเลยคือสระบัวหลวงครับ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดในการเก็บภาพแน่นอนครับ ผมถ่ายจากน้ำพุเข้าไปครับ

มุมไกลไปแล้วให้เห็นโอ่งหลายใบบ้าง ไม่ได้มีโอ่งใบเดียวนะจะบอกให้ อิอิ



จำได้ว่าวันนั้นโทรไปบิ้วทิชาหลายรอบมากๆ ไม่รู้จะบรรยายอย่างไร เนื่องจากต่างคนก็ต่างโปรโมทของดีจังหวัดตัวเอง แข่งกันไปแข่งกันมา



อีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปกันก็คือลาน 12 นักษัตรครับ แต่ว่าแดดร้อนมากๆครับ  แต่ป้ายจะเขียนเป็นลาน 12 ราศีนะครับ



ทำไม ถึงเป็นลาน 12 นักษัตรน่ะเหรอครับก็เพราะจะมี ก้อนหินที่มีรูปนักษัตร ทั้ง 12 ราศีอยู่ตรงจุดนี้นั่นเอง อธิบายง่ายไปป่ะ 555 สำหรับนักษัตรที่เกี่ยวข้องกับผมจะมี 3 นักษัตรนะครับ นั่นก็คือ


ใครรู้ว่าทำไมต้อง 3 ตัวนี้ตอบมานะครับ ตอบถูกมีโปสการ์ดสมุนไพรให้คนละใบ 4 คนละกัน ไม่ยากไปใช่ป่ะครับ




และก็มาถึงตัวสุดท้ายนะครับ  ลองทายกันดูว่าทำไม 3 นักษัตรนี้ถึงเกี่ยวข้องกับผม


ข้ามถนนมาอีกฝั่งก็จะเจอศาลาเรือนไทย ที่มีพระพุทธรูปประทับบนศาลาเรือนไทยมีน้ำเตรียมไว้สรงน้ำพระด้วยครับ



จำ ได้ว่าตอนซื้อโปสการ์ดเนี่ยโทรคุยกับทิชา และทิชาบอกว่าพี่ทรงก้านกล้วยสีสดอยากได้เช่นกัน รอบหน้าผมจะซื้อและส่งไปให้นะครับ พอดีวันนั้นเตรียมเงินไปไม่พอ อิอิ



เดินไปเดินมาก็มาถึงสระกฤษณา ซึ่งอากาศร้อนมากๆแต่ฟ้าก็สวยได้ใจจริงๆครับ



ไหนๆก็ตัวดำแล้วมันคงไม่ดำมากไปกว่านี้ก็เลยเก็บภาพกลางแดดต่อละกัน



ใกล้ หมดละงั้นผมขอนำประวัติของสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มาให้ความรู้สักเล็กน้อยนะครับ ควบคู่กับภาพที่เหลือก็แล้วกันนะครับ

***************

ที่มาของประวัติ  
http://www.pttplc.com/TH/cr_so6_da.aspx

เพื่อเป็นการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง ปตท. จึงได้จัดทำสวนสมุนไพรขึ้นเป็นแห่งแรก
ของ ประเทศไทย เมื่อปี 2527-2528 ณ บริเวณศูนย์บำรุงรักษาและบ้านพักพนักงาน ตำบลมาบข่า กิ่งอำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง บนเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ โดยรวบรวมสมุนไพรพันธุ์ต่าง ๆ ที่แพทย์แผนโบราณเคยใช้ได้ผล มาปลูกไว้ให้ได้มากที่สุด และได้น้อมเกล้าฯ ถวายสวนสมุนไพรแห่งนี้แด่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ประโยชน์ตามพระราชอัธยาศัย พร้อมทั้งได้รับ
พระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามว่า "สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี"



และ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงภรณวลัยลักษณ์ฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดโรงแยกก๊าซธรรมชาติของ ปตท. เมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงประกอบพิธีเปิดป้ายสวนสมุนไพร พร้อมกันนั้นทุกพระองค์ได้ทรงปลูกต้นไม้ (ต้นจันทน์เทศ) ไว้เป็นอนุสรณ์
สัญลักษณ์อันประเสริฐ และเป็นมงคลยิ่ง ณ สวนแห่งนี้



สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากจะเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์สมุนไพรนานาชนิดแล้ว ยังเป็นแหล่ง
ผลิตสมุนไพรบางประเภท เพื่อการทดลองค้นคว้าของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชุมชนชาวระยอง ตลอดจนผู้สนใจ
ทั่วไปมาตลอด 20 ปี



จวบ จนวารดิถีอันเป็นสิริมงคล เพื่อเทิดพระเกียติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษา ในปี 2548 ปตท. จึงได้ดำเนินการพัฒนา
สวนสมุนไพร ปรับปรุงอาคารเฉลิมพระเกียรติ



ปรับ ปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสวนให้เป็นแหล่งภูมิปัญญาเอนกประสงค์ที่สร้างความร่ม รื่นสวยงามยิ่งขึ้น ให้กับประชาชนทั่วไป พนักงานและชุมชนรวบข้าง สามารถใช้ประโยชน์จากสวนแห่งนี้ได้อย่างมีความสุขและสะดวกสบาย



เพิ่ม คุณค่าในการเป็นแหล่งมรดกทางปัญญาและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะสร้างเสริม พัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน สังคมไทย บนวัตถุประสงค์สำคัญหลัก ๆ อยู่ 4 ประการ คือ
- เป็นแหล่งรวบรวมพืชสมุนไพร เพื่อให้เป็นศูนย์ความรู้ในวิทยาการแขนงนี้
- เป็นแหล่งผลิตและทดลองพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา เพื่อใช้ประโยชน์ในการทดลองทั้งของหน่วยราชการ เอกชน
 และสถาบันต่าง ๆ
- เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่หลากหลายสำหรับเยาวชน และผู้สนใจ
- เป็นสวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน



ด้วย ความมุ่งมั่นในการทำนุบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่องจริงจังกว่าสองทศวรรษ ปัจจุบันพืชพันธุ์ในสวนสมุนไพรในพื้นที่ทั้งสิ้น 60 ไร่ มีพันธุ์ไม้สมุนไพรถูกรวบรวมไว้กว่า 260 ชนิด สามารถจำแนกตามสรรพคุณการรักษาโรคตามคัมภีร์ตำรายาไทยโบราณออกได้เป็น 20 กลุ่ม โดยในระยะเวลาที่ผ่านมา ปตท. ได้ดำเนินการดูแลรักษา ด้วยความสมบูรณ์พร้อมทั้งระบบสาธารณูปโภค เครื่องมืออุปกรณ์
และเจ้า หน้าที่ประจำโครงการ เพื่อให้สมดังเจตนารมณ์ พร้อมทั้งขยายความร่วมมือ โดยประสานงานกับหน่วยงาน สถาบัน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ ขยายขอบเขตงานสู่งานรวบรวมพันธุ์ งานปลูกสมุนไพร เพื่อแปรรูปและการศึกษางานทดลองแปรรูปสมุนไพร และศึกษาคุณภาพมาตรฐานของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด



สวน สมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งอยู่บริเวณศูนย์บำรุงรักษาและบ้านพัก ปตท. บนถนนทางหลวงหมายเลข 3191 ต.มาบข่า กิ่งอ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เปิดทำการวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (หยุดวันจันทร์)



การ เดินทาง / เดินทางได้หลายเส้นทางดังนี้ การเดินทางไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส) จากกรุงเทพฯ โดยมีจุดเริ่มต้นตรงจุดสิ้นสุดทางด่วนด่านเฉลิมนคร อ.บางนา ผ่าน อ.บางพลี จนมาถึง กม.ที่ 140 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส) จากนั้นเดินทางไป จ.ระยอง มาถึงแยกมาบข่าเลี้ยวขวาประมาณ 800 เมตร สวนสมุนไพรจะอยู่ขวามือ สายมอเตอร์เวย์เริ่มต้นที่ถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ; จะสิ้นสุดที่ จ.ชลบุรี ระยะทาง 75 กม. จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส) อีก 100 เมตร จะถึงแยกมาบข่าเลี้ยวขวาประมาณ 800 เมตร สวนสมุนไพรจะอยู่ขวามือ 3.เดินทางมาจากจันทบุรีหรือในตัวเมืองระยอง ใช้ถนนสาย 36 (บายพาส) วิ่งตรงมาประมาณ 15 กม. ถึงแยกมาบข่าเลี้ยวซ้ายเข้ามาประมาณ 800 เมตร สวนสมุนไพรจะอยู่ขวามือ



การ ติดต่อจองเข้าใช้สถานที่เพื่อเยี่ยมชม กรณีเดินทางมาเป็นหมู่คณะ ควรทำเป็นหนังสือแจ้งล่วงหน้า ถึงผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่โรงแยกก๊าซธรรมชาติ จ.ระยอง เลขที่ 555 ถนนสุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง โทร.0 3868 5000 ต่อ 6720 หรือติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพฯ โทร.0 3891 5213-5 โทรสาร. 0 3891 5216



กรณี เดินทางมาส่วนตัวหรือเป็นครอบครัวสามารถเข้ามาติดต่อและลงทะเบียนที่จุด ประชาสัมพันธ์ในวันอังคาร-วันอาทิตย์ได้เลย การติดต่อขอใช้ห้องประชุมทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าถึงผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ใหญ่โรงแยกกาซธรรมชาติ เลขที่ 555 ถนนสุขุมวิท ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการประชุมสัมนาทางวิชาการเช่นด้านพฤษศาสตร์ การแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย และอื่น ๆ ในวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (หยุดวันจันทร์) อัตราค่าบริการใช้ห้องประชุมประมาณ 2,500 - 15,000 บาท




หมด แล้วจ้า ขอบคุณทุกท่านมีแวะมาชมนะครับ หากมีโอกาสแวะไประยองลองเข้าไปชมความงดงามของสวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดระยอง นอกจะได้ถ่ายภาพสวยๆแล้วคุณยังได้รับความรู้กลับบ้านไปอีกด้วยนะครับ  


แล้วถ้าว่างผมจะพาเที่ยวระยองในมุมมองของผมอีกนะครับยังเหลืออีกหลายที่ที่รอพาเพื่อนๆไปชมครับ

ขอบคุณอีกครั้งที่ร่วมเล่นเกม  ขอเฉลยดังนี้นะครับ

นักษัตรรูปแรกบ่งบอกตรงชื่อผมครับ เพราะชื่อผมแปลว่าพญานาคนั่นเองครับ    
นักษัตร รูปถัดมาเป็นสัญลักษณ์ปีเกิดผมเองครับ บอกไปคงทำให้ใครหลายๆคนรู้ว่าผมเกิดปีไหนนะครับแต่ไม่ต้องกลัวใครเป็นพี่ เป็นน้องมันไม่สำคัญอยู่แล้ว  ใครจะเรียกผมเป็นพี่ก็ได้ เพราะผมรู้สึกดีที่ได้รับเกียรติให้เป็นพี่
นักษัตรรูปสุดท้าย คงจะถูกใจหลายๆคนในคลับ เพราะถ้าใครได้คุยกับผมแล้วมักจะหลุดออกมาทุกคนว่าพี่ชงป๋าหมากจังเลยเนอะ  55555

ด้วยเหตุชะนี้ 3 นักษัตรนี้จึงเกี่ยวข้องกับผมล่ะครับ


แล้วพบกันตอนหน้าว่าผมจะพาไปเที่ยวที่ไหนของระยองนะครับ แล้วอย่าลืมแวะไปทักทายผมด้วยนะ อิอิ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.oknation.net/blog/nayroypc/2009/04/22/entry-1

แผนที่ :  จาก http://www.thaibuddytrip.com/forum/showthread.php?tid=2559


      12 มิ.ย. 2557   เวลา :    09:22   จำนวนผู้อ่าน :    1237