resort, รีสอร์ท, ที่พัก
 
 
 
 
 
 
 


ที่พักภาคเหนือ
เชียงราย
เชียงใหม่
กำแพงเพชร
ตาก
นครสวรรค์
น่าน
พะเยา
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบูรณ์
แพร่
แม่ฮ่องสอน
ลำปาง
ลำพูน
สุโขทัย
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กาฬสินธุ์
ขอนแก่น
ชัยภูมิ
นครพนม
นครราชสีมา
บุรีรัมย์
บึงกาฬ
มหาสารคาม
มุกดาหาร
ยโสธร
ร้อยเอ็ด
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุบลราชธานี


ที่พักภาคกลาง
กรุงเทพมหานคร
กาญจนบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชัยนาท
นครนายก
นครปฐม
นนทบุรี
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
เพชรบุรี
ราชบุรี
ลพบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุพรรณบุรี
อยุธยา
อ่างทอง


ที่พักภาคตะวันออก
ชลบุรี, พัทยา
ระยอง
จันทบุรี
ตราด


ที่พักภาคใต้
กระบี่
ชุมพร
ตรัง
นครศรีธรรมราช
นราธิวาส
ปัตตานี
พังงา
พัทลุง
ภูเก็ต
ยะลา
ระนอง
สงขลา
สตูล
สุราษฎร์ธานี

Link เพื่อนบ้าน
หอพัก
หอพัก
ห้องพัก





โอนิซึกะ, onitsuka, onitsuka tiger
Bangkok Dating, Thailand Matchmaker, Thailand Dating, Bangkok Matchmaker, dating bangkok, dating thailand, thai dating, online dating, single thai girls, thai women, dating service, speed dating, บริการหาคู่, บริษัทจัดหาคู่, หาคู่, หาแฟน, หาเพื่อน, จัดหาคู่, จับคู่, แม่สื่อ, ธุรกิจหาคู่
ถุงจัมโบ้, พาเลท

ไหว้พระ ๙ วัด สืบสิริสวัสดิ์ ๙ รัชกาล

ไหว้พระ ๙ วัด สืบสิริสวัสดิ์ ๙ รัชกาล

โดย พี่ม้ามังกร 4 ม.ค. 2558 05:01

ผ่านพ้นวันขึ้นปีใหม่มา 4 วัน บรรยากาศความคึกคักรื่นเริงยังไม่จางไปจากความรู้สึกของน้องๆใช่ไหมครับ

ตะลุยโลกใบใหญ่สัปดาห์นี้ “พี่ม้ามังกร” เลยขอพาน้องๆ ไปไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2558 ภายใต้โครงการ “ไหว้พระ 9 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 9 รัชกาล” กันนะครับ

โครงการนี้เป็นกิจกรรมดีๆ ที่ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้น เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ส่งความสุขให้คนไทย ทั้งส่งเสริมให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อ บูรพมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ที่ทรงเลื่อมใสและทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ทรงปกครองปวงชนชาวไทยให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนเข้าวัดไหว้พระ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมไทยอีกด้วย

“พี่ม้ามังกร” ขอเริ่มเส้นทางไหว้พระ 9 วัดประจำ 9 รัชกาล จากวัดประจำ รัชกาลที่ 1 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ “วัดโพธิ์” ตั้งอยู่ที่เขตพระนคร เดิมชื่อ “วัดโพธาราม” ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์วัดโพธาราม ขึ้นใหม่ แล้วพระราชทานนามว่า “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระประธาน พระนามว่า “พระพุทธเทวปฏิมากร” ใต้ฐานชุกชี บรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 1 ขณะที่พระวิหารประดิษฐาน “พระพุทธรูปไสยาสน์” ที่สวยงามที่สุด มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ทั้งยังเป็นวัดที่มีเจดีย์ถึง 99 องค์ ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย

มาต่อกันที่ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร หรือ “วัดแจ้ง” ซึ่งเป็นวัดประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ตั้งอยู่ข้างกองทัพเรือ ถ.อรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ในสมัยกรุงธนบุรี เคยประดิษฐาน “พระแก้วมรกต” ก่อนจะอัญเชิญไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายในวัดมีพระปรางค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งรัชกาล ที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง นอกจากนี้ ยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน เฝ้าหน้าประตูซุ้มยอดมงกุฎ ซึ่งคนไทยรู้จักกันดีคือ “ยักษ์วัดแจ้ง” ภายในวัดยังมีโบสถ์น้อยประดิษฐานพระบรมรูปหล่อ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ ศาลสถิตดวงพระวิญญาณ ด้วย

ถัดมาคือวัดประจำ รัชกาลที่ 3 วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ ถ.เอกชัย แขวงบางค้อ เขตจอมทอง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯสถาปนาวัดแห่งนี้เป็นวัดส่วนพระองค์ ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธาน พระนามว่า “พระพุทธอนันตคุณอดุลยญาณบพิตร” ด้านหน้าพระประธานมีเครื่องหมายรูปปราสาทที่ผ้าทิพย์ฐานพระพุทธรูปประดิษฐาน พระสรีรังคาร ของรัชกาลที่ 3 รวมทั้งศิลาจารึกดวงพระชันษาด้วย ส่วนด้านหลังพระอุโบสถเป็นวิหารพระพุทธไสยาสน์ มีพระนามว่า “พระพุทธไสยาสน์นารถชนินทร์ ชินสากย-บรมสมเด็จสรรเพชรพุทธบพิตร”

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดประจำ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตั้งอยู่ที่ ถ.สราญรมย์ แขวงพระบรมหาราชวัง เขตพระนคร โดย ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างถวายพระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกาย พระวิหารหลวงประดิษฐาน “พระพุทธสิหังคปฏิมากร” ซึ่งจำลองมาจาก พระพุทธสิหิงค์ องค์ที่ประดิษฐานที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ใต้ฐานพระประธานประดิษฐานพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 4 นอกจากนี้ ยังมี “พระพุทธนิรันตราย” มีความหมายว่า “ปราศจากอันตราย” ซึ่งทรงมีพระราชศรัทธามากอีกด้วย

สำหรับวัดประจำ รัชกาลที่ 5 คือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ ถ.นครปฐม เขตดุสิต ชื่อเดิมว่า “วัดแหลม” โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดที่จะขยายวัดให้ใหญ่สมกับเป็นพระอารามหลวง และตั้งชื่อวัด “เบญจมบพิตรดุสิตวนาราม” หมายถึง “วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5” พร้อมกันนี้ ทรงโปรดให้นำพระสรีรังคารมาประดิษฐานไว้ภายใต้รัตนบัลลังก์ มี “พระพุทธชินราช” ซึ่งเป็นองค์จำลอง เป็นพระประธานในพระอุโบสถ ส่วนบริเวณด้านหลังพระอุโบสถ มี ต้นศรีมหาโพธิ์ เป็นต้นโพธิ์ต้นแรกที่นำมาจากเมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังมี พระที่นั่งทรงผนวช ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม เรื่องพระราชกรณียกิจ และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น ทั้งมี ศาลาร้อยปีปิยมหาราชอนุสรณ์ ประดิษฐานพระบรมรูป สมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า

มาต่อกันที่วัดประจำ รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ ถ.บวรนิเวศ และ ถ.พระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร เป็นวัดที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงผนวช ภายในอุโบสถประดิษฐาน “พระสุวรรณเขต” หรือ “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อเพชร” อยู่ด้านใน และมี “พระพุทธชินสีห์” ประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระสุวรรณเขต ทั้งใต้บัลลังก์พระพุทธชินสีห์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรังคาร ของรัชกาลที่ 6 นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปสำคัญคือ “พระไพรี-พินาศเจดีย์” ซึ่งน้องๆต้องไม่พลาดในการสักการะอีกด้วย

ส่วนวัดประจำ รัชกาลที่ 7 วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ตั้งอยู่ ถ.เฟื่องนคร แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธา ทั้งมีพระราชดำริให้บูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ รูปทรงสถาปัตยกรรมไทย ภายในมีการตกแต่งเป็นแบบศิลปะยุโรปผสมไทย มีลักษณะคล้ายกับพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระราชวังแวร์ซาย ประเทศฝรั่งเศส ประดิษฐานพระประธาน พระนามว่า “พระพุทธอังคีรส” และยังมีการประดิษฐานพระสรีรังคาร รัชกาลที่ 7 ไว้ที่ฐานชุกชีของพระประธานด้วย

วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร คือ วัดประจำรัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอนันทมหิดล ตั้งอยู่บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พระอุโบสถประดิษฐาน “พระพุทธตรีโลกเชษฐ์”ปางมารวิชัย พระวิหารหลวง ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ พระนามว่า “พระศรี-ศากยมุนี” อัญเชิญมาจากสุโขทัย ที่ผ้าทิพย์บรรจุพระสรีรังคาร รัชกาลที่ 8 ด้านหลังบัลลังก์มีภาพสลักศิลปะสมัยทวารวดี ปางยมกปาฏิหาริย์ และภาพพระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาในสวรรค์ชั้นดุสิต ทั้งภายในวัดมีพระราชานุอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 ให้สักการะด้วย

และวัดสุดท้ายที่ “พี่ม้ามังกร” จะพาน้องๆ ไปร่วมกันสักการะคือ วัดพระรามเก้า กาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9 ตั้งอยู่ ถ.พระราม 9 ซ.19 เขตห้วยขวาง สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ในการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ด้วยวิธีเติมอากาศที่บึงพระราม 9 ซึ่งเป็นที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และปรับปรุงสภาพพื้นที่เพื่อพัฒนาชุมชน จึงดำเนินการตั้งวัดเพื่อเป็นพุทธสถานและเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของราษฎร ลักษณะของวัดมีความเรียบง่าย พอเพียง ประกอบด้วย พระอุโบสถทรงไทยร่วมสมัยสีขาว ประดิษฐาน “พระพุทธกาญจนธรรมสถิต” ในพระเกศ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากสถูปโบราณ เมืองกุสินารา

พี่ม้ามังกร ขอฝากไว้ว่า การไหว้พระให้เกิดประโยชน์โดยแท้จริงนั้น ชาวพุทธควรจะต้องระลึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย และมีศีลอยู่ในจิตใจ และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การยึดถือและนำไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้เกิดผลด้วยนะครับ.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/472532

 


      7 ม.ค. 2558   เวลา :    11:20   จำนวนผู้อ่าน :    627